วิลาศยื่นป.ป.ช.ฟันเลขาฯสภาฯและผู้เกี่ยวข้องส่อทุจริต-ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ กรณีจ้างเหมาช่วงบ.ผู้รับเหมา และทำผิดสัญญาจ้างส่อเอื้อเอกชนจากโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาล่าช้า


(2 มี.ค.65)ที่สำนักงานป.ป.ช.นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ขอให้ตรวจสอบการจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่อว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและผู้เกี่ยวข้อง กรณีสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ทำสัญญาก่อสร้างเลขที่ 116/56 ลงวันที่ 30 เม.ย.56 วงเงินค่าก่อสร้าง 12,280 ล้านบาท ในสัญญาก่อสร้างฉบับดังกล่าวข้อ 11 เรื่องการจ้างช่วงมีข้อความว่า “ผู้รับจ้างต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือบางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกต่อหนึ่งโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างก่อน…………..” จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าไม่มีการแจ้งเรื่องการใช้ผู้รับเหมาช่วงแต่อย่างใด อีกทั้งตนเคยแถลงข่าวเรื่องผู้รับเหมาช่วงในโครงการดังกล่าวหลายครั้ง และล่าสุดได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 64 เพื่อให้ตรวจสอบกรณีผู้รับเหมาช่วง แต่ไม่ทราบผลการตรวจสอบว่าเป็นอย่างไร ซึ่งหนังสือดังกล่าวถือว่าเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและผู้เกี่ยวข้องรับทราบแล้ว อีกทั้งมีหนังสือของผู้รับจ้างลงวันที่ 24 ก.ย. 63 เรื่องขอสงวนสิทธิ์ในการงดหรือลดค่าปรับตามสัญญา อันเนื่องมาจากการระบาดของโรคติดต่อโควิด-19 ซึ่งตามเอกสารได้แนบจดหมายจากผู้รับเหมารายย่อย และSupplier มีหนังสือผู้รับเหมารายย่อยแนบมาทั้งสิ้น 6 รายและหนึ่งในบริษัทนั้นคือหนังสือลงวันที่ 26 มี.ค.63 เป็นหนังสือของผู้รับเหมาช่วงรายหนึ่งคือบริษัท Power Line ถึงผู้อำนวยการโครงการของบริษัทผู้รับจ้างเรื่องขอสงวนสิทธิ์ขยายเวลาก่อสร้าง และจากการตรวจสอบภาพถ่ายพนักงานของผู้รับเหมาช่วงรายนี้ซึ่งรับงานหลายประเภท และพูดคุยกับหัวหน้าคนงานในบริเวณก่อสร้าง รวมทั้งหาข้อมูลเพิ่มเติมเชื่อว่ามีการทำสัญญาเฉพาะผู้รับจ้างรายนี้เกือบ 3,000 ล้านบาท อนึ่ง บริษัทที่ถูกอ้างว่าเป็นผุ้รับเหมารายย่อยรายนี้เป็น 1 ใน 4 บริษัทที่เข้ายื่นซองประกวดราคาโครงการก่อสร้างนี้ด้วย เห็นว่าน่าจะเข้าข่ายกระทำความผิดตามพรบ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อรัฐอีกด้วย
จึงขอให้คณะกรรมการป.ป.ช.ตรวจสอบการจงใจละเว้นปฏิบัติหน้าที่ กระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมการตรวจการจ้าง รวมทั้งบริษัทผู้ควบคุมงาน ATTA ซึ่งชี้แจงหลายครั้งในที่ประชุมคณะกรรมการตรวจการจ้างทั้งปฏิเสธว่าไม่มีผู้รับเหมาช่วงและปกป้องการกระทำความผิดในเรื่องผู้รับเหมาช่วง
นอกจากนี้ นายวิลาศยังได้ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการป.ป.ช.อีก 1 ฉบับ ขอให้ตรวจสอบการจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่อว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและผู้เกี่ยวข้อง กรณีไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อ 20 เรื่องค่าปรับและค่าเสียหายของโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่สัญญาก่อสร้างเริ่มตั้งแต่ 8 มิ.ย.56 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 24 พ.ย.58 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน และมีการขยายสัญญาก่อสร้างไปแล้ว 4 ครั้ง รวมเฉพาะส่วนที่ขยาย 1,864 วัน และเริ่มปรับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.64 จนถึงปัจจุบันใช้เวลาก่อสร้างไปแล้วรวมประมาณ 3,188 วันยังไม่แล้วเสร็จ โดยสัญญาข้อ 20 เรื่องค่าปรับและค่าเสียหาย ข้อความในวรรคสองระบุว่า “…..ผู้รับ
จ้างจะต้องชำระค่าใช้จ่ายในการควบคุมงานและที่ปรึกษาบริหารโครงการ ในเมื่อผู้ว่าจ้างต้องจ้างผู้ควบคุมงานและบริษัทที่ปรึกษาอีกต่อหนึ่งเป็นจำนวนเงินวันละ 332,140 บาท….” เห็นว่าเป็นหน้าที่ของผู้ว่าจ้างจะต้องติดตามเงินดังกล่าวหรืออาจหักจากการชำระเงินงวด เพราะทั้งผู้ควบคุมงานและที่ปรึกษาบริหารโครงการไม่ได้รับเงินค่าจ้างตั้งแต่ 1 ม.ค. 64 เป็นเวลากว่า 1ปีแล้ว อีกทั้งทราบว่ามีการทวงถามจาก 2 กลุ่มบริษัทดังกล่าวทั้งด้วยวาจาและลายลักษณ์อักษรหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ ทำให้การทำงานของกลุ่มบริษัทดังกล่าวอาจด้อยประสิทธิภาพ ส่งผลเสียต่อโครงการก่อสร้างซึ่ง
กำลังดำเนินการอยู่ จึงขอให้ป.ป.ช.ตรวจสอบการกระทำส่อว่าเป็นความผิดดังกล่าวต่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อพิจารณาโทษตามกฎหมายต่อไป