“อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,259 ล้านโดส ใน 195 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 34.92 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.65 ล้านโดส”

(8 พฤษภาคม 2564) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,259 ล้านโดส ใน 195 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 19.4 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 255 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 111 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว”
ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 33.4 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (19.5% ของประชากร) ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 21.8 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 1,730,488 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 49.6%
🌏 ในการฉีดวัคซีน จำนวน 1,259 ล้านโดสนี้ อว. ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ

1. ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 3 ประเทศลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนมากกว่า 100 ล้านโดส รวมกันเกือบ 60% ของปริมาณการฉีดวัคซีนทั่วโลก
1. จีน จำนวน 297.73 ล้านโดส (10.6% ของจำนวนการฉีดทั่วโลก)
2. สหรัฐอเมริกา จำนวน 254.78 ล้านโดส (39.7%)
3. สหภาพยุโรป จำนวน 167.77 ล้านโดส (18.9%)

2. ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุด มี 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 25% แล้ว ได้แก่ (เฉพาะประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน)
1. อิสราเอล (58% ของประชากร) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)
2. มัลดีฟส์ (57.4%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford และ Sinopharm )
3. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (51.4%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)
4. บาห์เรน (45%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)
5. ชิลี (40.6%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
6. สหรัฐอเมริกา (39.7%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech Moderna และ Johnson&Johnson)
7. สหราชอาณาจักร (38.8%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford Moderna และ Pfizer/BioNTech)
8. ฮังการี (33.8%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)
9. ภูฏาน (32.3%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford)
10. กาตาร์ (31.5%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech)

3. จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค
1. เอเชียและตะวันออกกลาง 49.23%
2. อเมริกาเหนือ 23.43%
3. ยุโรป 18.34%
4. ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 7.09%
5. แอฟริกา 1.67%
6. โอเชียเนีย 0.24%

4. ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้วครบ 10 ประเทศ รวมจำนวน 22,984,902 โดส ได้แก่
1. สิงคโปร์ จำนวน 2,213,888 โดส (19.5% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer และ Moderna
2. กัมพูชา จำนวน 2,765,622 โดส (8.2% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm
3. อินโดนีเซีย จำนวน 21,868,276 โดส (4% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac
4. ลาว จำนวน 451,063 โดส (3.1% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm
5. มาเลเซีย จำนวน 1,727,268 โดส (2.6% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer และ Sinovac
6. ไทย จำนวน 1,739,488 โดส (1.3% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac และ AstraZeneca
7. บรูไน จำนวน 10,715 โดส (1.2% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca

8. พม่า จำนวน 1,040,000 โดส (1% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca
9. ฟิลิปปินส์ จำนวน 2,314,377 โดส (1% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac และ AstraZeneca
10. เวียดนาม จำนวน 801,957 โดส (0.4% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca

5. ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2564
จัดสรรวัคซีนแล้วทั้งหมด 2,402,688 โดส
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม 1,739,488 คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น
-เข็มแรก 1,262,703 โดส
-เข็มสอง 467,785 โดส

แหล่งข้อมูล Bloomberg Vaccine Tracker, กระทรวงสาธารณสุข
ประมวลข้อมูลโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)