วัชระจี้ถามกองปราบคดีสกุลธรจ่ายสินบน20ล.หวังฮุบที่ดินสนง.ทรัพย์สินฯเดินหน้าถึงไหน หลังพบคดีอืด2ปีไม่คืบหน้า ล่าสุดพบหลักฐานจ่ายเช็คเป็นของเรียลแอทเสทฯจึงต้องเพิ่มเป็นผู้ต้องหาด้วย


(25 ม.ค.64) เมื่อเวลา 10.20 น.ที่กองบังคับการตำรวจปราบปราม นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือกับพ.ต.อ.เสวก บุญจันทร์ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มสอบสวน กองบังคับการกองปราบปรามถึงพลตำรวจตรีสุวัฒน์ แสงนุ่ม ผู้บังคับการปราบปราม ขอทราบผลความคืบหน้าคดีนายสกุลธร  จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และขอให้แจ้งบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นผู้ต้องหาเพิ่มเติมด้วย สำหรับการยื่นหนังสือของนายวัชระครั้งนี้เป็นผลมาจากที่กองปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำสำนวนสั่งฟ้องนายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์กับพวกเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2562 โดยแจ้งต่ออัยการว่าได้แยกสำนวนการสอบสวนของนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ออกไปอีกคดีหนึ่งนั้น ต่อมาศาลทุจริตฯได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี คำพิพากษาตอนหนึ่งระบุว่า “เมื่อนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ เชื่อว่าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มีที่ดินแปลงดังกล่าวให้เช่าจริงจึงให้จำเลยที่ 2 คือนายสุรกิจ ติดต่อประสานงานและอำนวยความสะดวกเพื่อให้บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้สิทธิการเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวโดยมีค่าตอบแทนจำนวน 500 ล้านบาทจากนั้น จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำโดยจำเลยที่ 1 ได้แนะนำให้นายสกุลธร ยื่นหนังสือแสดงความจำนงขอเช่าที่ดินต่อสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ชื่อเดิม) ตามช่องทางปกติ แล้วจำเลยทั้งสองร่วมกันเรียกรับเงินงวดแรกจำนวน 5 ล้านบาท จากนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ”

ทั้งนี้ กองปราบปรามได้ตั้งคณะทำงานสอบสวนคดีนี้ถึง 7 คน  นับจากวันสั่งฟ้องในคดีนายประสิทธิ์ตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 จนถึงบัดนี้เวลาล่วงมาเกือบ 2 ปีแล้ว ประชาชนให้ความสนใจติดตามความคืบหน้าในคดีนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาคนรวยที่กระทำความผิดมักหลุดพ้นคดีอยู่เนืองๆ จึงต้องขอสอบถามแทนประชาชนว่า ปัจจุบันคดีนี้คืบหน้าไปถึงขั้นตอนใด และขอให้ช่วยเพิ่มบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ด้วย เนื่องจากปรากฏพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนของกองปราบปรามเป็นเอกสารชัดเจนว่าเช็คที่นายสกุลธรเซ็นต์ใบแรกให้จำเลยทั้ง 2 นั้น เป็นเช็คจากบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ลงวันที่ 6 มีนาคม 2560 สั่งจ่ายนายสุรกิจจำนวน 5 ล้านบาท จึงย่อมไม่ใช่ความผิดส่วนตนเฉพาะนายสกุลธรเท่านั้น

นายวัชระ กล่าวว่า มีความเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจกองปราบปราม แม้อาจจะล่าช้าไปบ้าง เนื่องจากมีภารกิจจำนวนมาก แต่ตำรวจกองปราบปรามก็ยังเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ จึงขอให้ช่วยเร่งทำความจริงคดีนี้ให้ปรากฏโดยเร็วที่สุด เพื่อให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ โปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะนายสกุลธร เป็นน้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้เข้ารับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี แข่งขันกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในรัฐสภา ยิ่งต้องให้ความเป็นธรรมอย่างที่สุดต่อครอบครัวของนายธนาธร อย่าให้เกิดการกลั่นแกล้ง จนนำมากล่าวอ้างว่าเป็นเรื่องทางการเมืองได้

You may have missed