วัชระจี้นายกฯ-อสส.สั่งรื้อฟื้นคดีโอ๊คฟอกเงินกู้กรุงไทย10ล.เหมือนคดีบอส กระทิงแดง กู้ความเชื่อมั่นระบบความยุติธรรมไทย


(29ก.ค.63)นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ขอให้รื้อฟื้นคดีนายพานทองแท้ ชินวัตร เช่นเดียวกับคดีนายวรยุทธ์ อยู่วิทยา หรือ บอส จากการที่สำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีทุกข้อกล่าวหา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่แย้งคำสั่งของอัยการนั้น ได้สร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศอย่างกว้างขวาง รวมทั้งนานาประเทศที่จะไม่เชื่อถือระบบความยุติธรรมของประเทศไทย จนอัยการสูงสุดต้องมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจรายการพิจารณาคดีโดยมีนายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะทำงานนั้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันกรณีนี้ว่าไม่เคยช่วยเหลือใคร ไม่เคยแทรกแซงการทำงานของหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม และไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ดังนั้น เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน เพราะเป็นเรื่องทำนองเดียวกันและเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของนายเนตร นาคสุข อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูง รักษาการในตำแหน่งรองอัยการสูงสุด ปฏิบัติหน้าที่แทนอัยการสูงสุดเหมือนกัน สังคมเกิดความคลางแคลงใจสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐเช่นกัน นั่นคือ คดีหมายเลขดำที่ อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้ ชินวัตร ในคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย จำนวน 10 ล้านบาท ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5,9,60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,91

นายวัชระ กล่าวว่า การที่นายเนตร นาคสุข รองอธิบดีอัยการปฏิบัติหน้าที่แทนอัยการสูงสุด สั่งไม่อุทธรณ์คดี นายพานทองแท้ ชินวัตร จึงเป็นการสั่งตัดตอนความยุติธรรมไม่ให้เข้าสู่การพิจารณาของศาลทุจริตและประพฤติมิชอบในชั้นอุทธรณ์ ได้สร้างความคลางแคลงใจต่อสังคมเป็นอย่างมาก เพราะคำพิพากษาศาลชั้นต้นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะมีความเห็นแย้งให้ลงโทษจำคุกนายพานทองแท้ ชินวัตร 4 ปี จึงขอให้นายกรัฐมนตรี สั่งรื้อฟื้นคดี นายพานทองแท้ ชินวัตร เป็นการด่วนที่สุด เช่นเดียวกับคดีของนายวรยุทธ์ อยู่วิทยา หรือ บอส ต่อไป