เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าเสนอไทยคุมบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย หลัง อย.สหรัฐ ไฟเขียวขายบุหรี่ไฟฟ้า วอนหมอไทยเลิกด้อยค่าบุหรี่ไฟฟ้า

เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าเสนอไทยคุมบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย หลัง อย.สหรัฐ ไฟเขียวขายบุหรี่ไฟฟ้า
วอนหมอไทยเลิกด้อยค่าบุหรี่ไฟฟ้า

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าลุ้นไทยปลดแบนบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อประโยชน์ต่อผู้สูบบุหรี่และการเก็บภาษี แนะดูแนวทางสหรัฐฯ คุมบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย หลัง อย. สหรัฐให้อนุญาตให้ขายบุหรี่ไฟฟ้าเพราะเห็นประโยชน์มากกว่าโทษ

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ากลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST) และแอดมินเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 100,000 คน เปิดเผยภายหลังทราบข่าวองค์การอาหารและยา ของสหรัฐอเมริกา (The Food and Drug Administration หรือ FDA) ที่อนุญาตให้บุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อหนึ่งของ บริษัท RJ Reynolds สามารถขายได้ในสหรัฐอเมริกาว่า “อย. สหรัฐมองว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าสามารถลดการสัมผัสกับสารเคมีที่เป็นอันตรายเมื่อเทียบกับควันที่เกิดจากการเผาไหม้ของบุหรี่ และเป็นการปกป้องสุขภาพของประชาชนส่วนรวมโดยแนวทางควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าของสหรัฐเน้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งผู้สูบบุหรี่และผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ โดยมีการศึกษาผลดีผลเสียอย่างรอบคอบ และเห็นว่าประโยชน์ของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่จะช่วยให้ลดการสูบบุหรี่มีมากกว่าความเสี่ยงในการที่เยาวชนจะมาติดบุหรี่ไฟฟ้า จึงอนุญาตให้ขายบุหรี่ไฟฟ้าได้เพื่อให้ทางเลือกกับผู้สูบบุหรี่ ในขณะที่ยังสามารถควบคุมคุณภาพสินค้าและบังคับใช้กฎหมายป้องกันการโฆษณาและการเข้าถึงของเยาวชนได้ด้วย”

“ต่างกับในประเทศไทยที่ให้เหตุผลว่าไม่อยากให้เยาวชนใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพราะจะกลายเป็นผู้สูบบุหรี่ในที่สุด จึงจำเป็นต้องแบนไว้ก่อน แต่ 7 ปีที่บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมาย เราก็ยังเห็นมีผู้ใช้อยู่เป็นจำนวนมากรวมถึงเยาวชนที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแล้วไลฟ์โชว์กันทางสื่อโซเชี่ยลมีเดียด้วย ซึ่งหากเรานำบุหรี่ไฟฟ้ามาควบคุมให้เหมาะสม กำหนดอายุผู้ซื้อผู้ขาย ก็จะช่วยให้รัฐบาลป้องกันการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนได้ดีกว่า เหมือนที่เรากำหนดอายุผู้ซื้อบุหรี่ จนทำให้อัตราการสูบบุหรี่ในเยาวชนที่อายุตำกว่า 20 ปีลดลงจาก 9.7% เหลือ 6.2% ในปีที่ผ่านมา”

ตามรายงานของนิวยอร์คไทม์เผยว่า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา FDA ออกแถลงการณ์อนุญาตให้ RJ Reynolds ทำการตลาดผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า 3 รายการ หลังจากที่บริษัทยื่นคำขออนุมัติขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ (Pre-market Tobacco Product Application: PMTA) โดยบุหรี่ไฟฟ้าทั้ง 3 รายการที่ได้รับอนุญาตเป็นรสชาติใบยาสูบธรรมดา ซึ่งไม่ใช่รสชาติที่มีการปรุงแต่ง โดย FDA ระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า มีความเป็นไปได้ต่ำมากที่เด็ก ๆ จะเริ่มจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าแล้วหันไปสูบบุหรี่ซึ่งมีอันตรายมากกว่าแทน ทั้งนี้ การอนุญาตของ FDA ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของการถกเถียงด้านสาธารณสุขที่มีมายาวนานกว่าหลายทศวรรษ โดย FDA ระบุว่าในแถลงการณ์ว่าไอละลองของบุหรี่ไฟฟ้าที่ได้รับอนุญาตมีพิษน้อยกว่าควันของบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญ และการอนุญาตดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนจะมีการประชุมประเทศภาคีสมาชิกกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบของโลกในช่วงวันที่  8-13 พฤศจิกายน ซึ่งคาดว่าจะมีการถกเถียงเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน

ด้านนายอาสา ศาลิคุปต ตัวแทนอีกท่านหนึ่งของ ESCT ระบุว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ US FDA ยอมรับบุหรี่ไฟฟ้าเช่นเดียวกับอังกฤษ นิวซีแลนด์ และอีกกว่า 70 ประเทศทั่วโลก แต่ฝ่ายต่อต้านของไทยพยายามด้อยค่าบุหรี่ไฟฟ้าด้วยการให้ข้อมูลด้านลบเพียงอย่างเดียว ทั้งที่เมื่อเทียบกับบุหรี่แล้ว บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่ามาก อีกทั้งยังไม่ยอมรับความเป็นจริงด้วยว่าการแบนบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทยเป็นนโยบายที่ล้มเหลว ทั้งทำให้เกิดตลาดใต้ดิน เก็บภาษีก็ไม่ได้ และยังห้ามคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้จริง ๆ อีกด้วย จึงต้องจับตาว่าประเทศไทยจะมีจุดยืนอย่างไรในการประชุมนี้”

“การที่ ท่าน รมว. ชัยวุฒิ กระทรวงดิจิทัลฯ ออกมาเดินหน้าตั้งคณะกรรมการศึกษาเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมายแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีปัญหาจากการแบนจริง โดยเฉพาะการจำกัดสิทธิของผู้สูบบุหรี่ในประเทศไทยที่ยังคงมีเกือบ 10 ล้านคน รวมถึงพวกเราที่เป็นผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่แล้วอีกกว่าแสนๆ คน และยังทำให้ กระทรวงดิจิทัลฯ ต้องมานั่งไล่ปิดเวปที่ขายผิดกฎหมายซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ จึงขอให้ท่าน รมว. เดินหน้าศึกษาเรื่องนี้โดยรับฟังเสียงของทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกที่ดีกว่าการแบนที่มีอยู่ในปัจจุบันโดยไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดันจากกลุ่มแพทย์บางกลุ่มที่พยายามต่อต้านมาตลอดโดยไม่ยอมรับฟังข้อมูลใดๆ”