วัชระร้องเลขาสภาฯ-เลขานายกฯฟันสุวิจักขณ์ส่อทุจริตปรับปรุงอาคารรัฐสภาเชียงราย หลังศาลปกครองพิพากษาการจัดจ้างไม่โปร่งใส


(3 ส.ค.65) เมื่อเวลา 13.30น.ที่อาคารรัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านงานสารบรรณถึงนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับยื่นหนังสืออีก 1 ฉบับถึงนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ให้เร่งรัดดำเนินการทางกฎหมายกับนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย หรือนายวัชระชัย นาควัชระชัยท์ อดีตที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกับพวก กรณีการปรับปรุงและตกแต่งอาคารสำนักงานรัฐสภาเชียงราย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและส่อไปในทางทุจริตโดยด่วน

นายวัชระ กล่าวว่า ตนได้ติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณและการดำเนินการปรับปรุงและตกแต่งอาคารสำนักงานรัฐสภา เชียงราย โดยบริษัท เก้า พี เค กรุ๊ป จำกัด เมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรขณะนั้นมีนายสุวิจักขณ์ หรือ นายวัชระชัยย์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและมิได้จัดซื้อจัดจ้างโดยชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบราชการ และมิได้ลงนามในสัญญาจ้างบริษัท เก้า พี เค กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับจ้างแต่อย่างใด อันเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ และส่อไปในทางทุจริต ซึ่งต่อมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้นายสุวิจักขณ์ มาปฏิบัติราชการที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งเกษียณอายุราชการไป ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 ต.ค.64 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแพ้คดีและต้องชำระเงินจำนวน 2,303,215.53 บาท พร้อมดอกเบี้ย ให้กับผู้ฟ้องคดี  โดยในหน้า 15 ของคำพิพากษา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ถูกฟ้องคดี) ได้ชี้แจงพฤติกรรมของนายสุวิจักขณ์ ต่อศาลปกครองสูงสุด สรุปได้ว่า นายสุวิจักขณ์ ทราบว่ามีการดำเนินการปรับปรุงอาคารสำนักงานรัฐสภาเชียงรายมาก่อนแล้ว แต่กลับให้มีการดำเนินการตามระเบียบย้อนหลังโดยได้อนุมัติ และลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนด รายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะ คณะกรรมการกำหนดราคากลาง จนกระทั่งคณะกรรมการพิจารณาผลประกวดราคา ได้มีมติเห็นชอบให้จัดจ้างปรับปรุงและตกแต่งอาคารสำนักงานรัฐสภาเชียงราย โดย บริษัท เก้า พี เค กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทที่เข้าไปดำเนินการก่อนการดำเนินการตามกระบวนการพัสดุ เป็นผู้ชนะการจัดจ้าง นอกจากนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ถูกฟ้องคดี) ยังชี้แจงต่อศาลปกครองสูงสุด สรุปได้ว่าการกระทำของนายสุวิจักขณ์ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้บริษัท เก้า พี เค กรุ๊ป จำกัด มีข้อได้เปรียบผู้รับเหมารายอื่นในการเสนอราคาและเอื้อประโยชน์ให้มีโอกาสได้รับประโยชน์ โดยคําพิพากษาดังกล่าวยังได้ระบุพฤติกรรมของผู้บริหารของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนอื่นที่ร่วมสนับสนุนการกระทำของนายสุวิจักขณ์อีกด้วย

สำหรับการกระทําที่ฝ่าฝืนกฎหมายและส่อไปในทางทุจริต ประกอบกับเรื่องดังกล่าวเกิดเหตุตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 ล่วงเลยเวลากว่า 9 ปีแล้ว ทั้งนี้ ผลจากการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทางราชการ จึงขอให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเร่งรัดการดำเนินการในกรณีดังกล่าวเป็นการเร่งด่วนกับนายสุวิจักขณ์กับพวก ทั้งทางวินัย อาญา และความรับผิดทางละเมิด เพื่อมิให้เกิดกรณีการขาดอายุความ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการและการใช้บังคับกฎหมายอย่างร้ายแรง
อนึ่ง โครงการรัฐสภาจังหวัดเป็นนโยบายของนายสมศักดิ์  เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาในขณะนั้น